ณัชชา ดูปากณัชชานะคะ โตเป็นสาวแล้ว

ณัชชา ดูปากณัชชานะคะ โตเป็นสาวแล้ว

ยังจำกันได้ไหม สาวน้อยนามว่า ณัชชา ณัชชาวีณ์ โกศลพิศิษฐ์ กับบทบาทพิธีกรรายการข่าวเด็ก-รายการสอนภาษาอังกฤษ เจ้าของวลีเด็ด "ดูปากณัชชานะคะ" ปัจจุบันโตเป็นสาวแล้ว เวลาผ่านไปไวมาก

ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าสาวน้อยคนนี้ คือลูกสาวคนโตของ ผู้ประกาศข่าวหนุ่ม บ๊อบ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ กับภรรยาสาวนอกวงการ คุณเฮี้ยง

ซึ่ง ณัชชา ฉายแววนักพูดตั้งแต่อายุยังน้อย จนคุณพ่อเห็นแวว จับมาทำรายการข่าวเด็ก รวมไปถึงรายการสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ

สำหรับประวัติส่วนตัวของสาวน้อยคนนี้ เธอเกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีนี้อายุ 13 ปีแล้ว

ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนนานาชาติไอเอสบี แถมยังเป็นนักกิจกรรมตัวยง ทั้งงานแสดงละครโรงเรียน ทั้งเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล

ไหนจะช่องยูทูบกิจกรรมของเธอกับน้องชายทั้ง 3 คนอีก ผลการเรียนก็ดีเข้าขั้นยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเก่งรอบด้านจริงๆ เลยคนนี้

วันนี้ ณัชชา ณัชชาวีณ์ โตเป็นสาวแล้ว และหลายๆ คนคงไม่ค่อยได้เห็นเธอออกสื่อเสียเท่าไหร่ วันนี้เราเลยรวมภาพของเธอ มาฝากกันค่ะ

โดยล่าสุด น้องณัชชา ที่เรียนอยู่โรงเรียนนานาชาติ ได้มาพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ เรื่องของการย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศว่า

#ว่ากันด้วยย้ายไม่ย้าย #เล่าสู่กันฟัง #ไม่ดราม่านะคะ เรื่องนี้เกิดขึ้นมาสักพักนึงแล้ว ครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่ชอบให้ลูกสะท้อนความคิดและเริ่มฝึกออกแบบชีวิตด้วยตัวเองโดยมีพ่อแม่เป็นผู้ประคอง

มีอยู่วันนึงลูกสาวคนโตวัย 12 ชั้น ม.1 เดินมาบอกพ่อกับแม่ว่า หนูอยากลองสมัครเข้า Boarding High School ที่ต่างประเทศ เหตุผลคือ??? หนูก็ยังไม่แน่ใจตัวเองว่าอยากไปตั้งแต่ม.ปลายเลยรึเปล่า ไม่ไปตอนม.ปลาย หนูก็อยากไปตอนมหาวิทยาลัยอยู่ดี ถ้างั้นหนูขอลองสมัครตั้งแต่ High School

เพราะรู้ว่าขั้นตอนค่อนข้างเยอะและยากมาก ถ้าหนูได้หรือไม่ได้เดี๋ยวหนูจะตัดสินใจอีกทีว่าจะย้ายหรือไม่ย้าย แต่ process การสมัครนี้จะมีประโยชน์กับหนูตอนสมัครมหาวิทยาลัยมาก เพราะหนูจะได้เตรียมตัวล่วงหน้าตัวเองได้ถูกว่าต้องเตรียมตัวล่วงหน้ายังไง เลือกยังไง และเลือกที่ไหนที่เหมาะกับตัวเองที่สุด ค่าสมัครรร.หลักพันแต่ประสบการณ์ที่หนูจะได้มันประเมินค่าไม่ได้

แน่นอนล่ะว่า ลูกรู้จุดอ่อนพ่อแม่ ถ้าพูดถึงเรื่องประสบการณ์จากขั้นตอนการลงมือทำ มากกว่า ผลลัพธ์ที่จะเกิดขี้นนั้น พ่อแม่คู่นี้จะไม่กล้าปฏิเสธ

ถ้าคนติดตามเราจะรู้ดี เราสร้างความพร้อมให้ลูกๆทุกคนเป็น Global Citizen พวกเค้ามีสิทธิ์ที่จะคิดใช้ชีวิตในแบบของเค้า เพียงแค่พร้อมที่จะปรับตัวและอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้แล้วแต่เค้าเลือกเลย พ่อแม่อย่างเราก็มีหน้าที่ได้แต่เฝ้ามองอยู่ที่ "บ้าน"

นี่แหละเราเลยส่งลูกไปคุยกับทีมที่ปรึกษาทางการศึกษา เพราะพ่อแม่อย่างเราก็มีประสบการณ์ในด้านนี้ที่ค่อนข้างจำกัด วันแรกที่เราเปิดประเด็นเรื่องสมัครเรียนต่อนี้ได้พูดคุยกับ Deputy Head of Admissions แห่ง Point Avenue Thailand ผู้ปั้นเด็กเอเชียมาแล้วนับไม่ถ้วน ระหว่างสนทนานั้นเราได้ยินคำถามมากมายที่ให้ลูกเราได้สะท้อนความคิด และทบทวนความคิดตัวเองจริงๆว่า ไปเรียนต่างประเทศทำไม ไปเรียนเพื่ออะไร สิ่งที่คิดว่าจะได้คืออะไร และสุดท้ายแพลนชีวิตในระยะยาวที่อยู่ในหัวตอนนี้คืออะไร และสิ่งไม่คิดว่าจะได้ยินจากเด็กผู้หญิงวัย 12 คนนี้คือ .... การเรียนที่โรงเรียนดีๆมหาวิทยาลัยดีๆ ก็เป็นเหมือนจุดรวมคนเก่งจากหลากหลายประเทศ เปิดโอกาสให้เราได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้กับคนเก่งเหล่านั้น มี connection ที่หลากหลาย แล้วก็อยากลองทำงานที่ดีๆท้าทาย และสุดท้าย "หนูจะกลับมาทำงานเพื่อประเทศไทยค่ะ"....หนูเชื่อมั๊ยคุณแม่ยังจำแววตาฝรั่งคู่นั้นที่เค้าชื่นชมหนูได้อยู่เลย...พร้อมเดินเคียงข้างในทุกเส้นทางที่หนูเลือกและเป็นกำลังใจให้หนูในทุกเวลาค่ะ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ